แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ ประเภทของเครื่องกรองน้ำ แสดงบทความทั้งหมด
แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ ประเภทของเครื่องกรองน้ำ แสดงบทความทั้งหมด

วันศุกร์ที่ 18 มีนาคม พ.ศ. 2559

ชนิดของเครื่องกรองน้ำและความรู้เกี่ยวกับน้ำ


   ถ้าท่านไม่ได้ใช้เครื่องกรองน้ำเพื่อกรองสิ่งที่มีพิษออกจากน้ำ ท่านก็ต้องใช้ร่างกายของท่านเองทำหน้าทีเป็นเครื่องกรองน้ำและเอาสิ่งมีพิษต่างๆที่อยู่ในน้ำมาไว้ในตัวท่าน ไม่ได้มีจุดประสงค์ทำให้ตื่นกลัว แต่ความจริงก็คือความจริง ทั้งนี้มีเครื่องกรองน้ำดีๆมากมายซึ่งท่านคงต้องเลือกด้วยตัวของท่านเองว่าชนิดใดเหมาะกับความต้องการของท่านมากที่สุด ต่อไปนี้คือเครื่องกรองน้ำชนิดต่างๆที่แพร่หลายอยู่ในท้องตลาด
   
  1. แบบ Reverse Osmosis (RO) ไม่ใช้สารเคมีหรือไฟฟ้า โดยผลลัพธ์ที่ออกมาประมาณ 99.9% เป็นน้ำที่ปราศจากสิ่งเจือปน แต่ข้อเสียคือ เกลือแร่ถูกกรองออกไป 99% เช่นกัน ไม่เหมาะสำหรับดื่มสักเท่าไร เหมาะสำหรับสถานที่หรือโรงงานอุตสาหกรรมที่ไม่ต้องการใช้น้ำที่มีเกลือแร่หรือน้ำกระด้าง
  2. แบบ Distillation คือแบบกลั่นแล้วทำให้เดือดเกิดเป็นไอน้ำ จากนั้นทำไอน้ำให้เย็นลง กลับมาเป็นน้ำกลั่น น้ำกลั่นนี้ไม่มีสารตกค้างและไม่มีเกลือแร่ 100%
  3. แบบ Carbon Block ใช้ผงถ่านบดอัดเป็นก้อนเป็นตัวเครื่องกรองน้ำ มีคุณสมบัติคือกรองเชื้อจุลินทรีย์และสารปนเปื้อนได้ เหมาะที่จะใช้ควบกับแบบที่ 1 และ 2 ไม่ต้องใช้ไฟฟ้า และเกลือแร่มีในน้ำตามปกติ แต่อายุการใช้งานจะสั้นมาก
  4. แบบ Granular Activated Carbon (GAC) เหมือนแบบที่ 3 แต่ผงถ่านโตกว่า
  5. แบบ Ceramic มีรูเล็กๆให้น้ำผ่านมีประสิทธิภาพสูง การใช้ซีรามิคกำลังเป็นที่นิยมเพราะสามารถล้างและนำกลับมาใช้ใหม่ได้อีก ทำให้ประหยัด
  6. แบบใช้ Ozone มีอุปกรณ์เพื่อใช้ทำอากาศธรรมดาให้กลายมาเป็นโอโซน (Ozone Generator) โอโซนมีพลังในการทำปฏิกิริยากับเชื้อจุลินทรีย์และสารอินทรีย์ต่างๆ ในน้ำได้แรงมาก มีประสิทธิภาพ ทำให้น้ำดูใสสะอาด และรสชาติดี เครื่องกรองน้ำแบบใช้โอโซนต้องใช้ไฟฟ้าและมักใช้ร่วมกับเครื่องกรองน้ำชนิดใช้ถ่าน
  7. แบบใช้รังสี Ultraviolet โดยอาศัยตะเกียงไฟฟ้าที่แผ่รังสีอัลตราไวโอเลต โดยมีคลื่นความถี่ระหว่าง 200-300นาโนเมตร รังสีนี้จะสามารถฆ่าเชื้อโรคได้หมด ยกเว้นเชื้อโรคจะซ่อนตัวอยู่กับผงละอองทำให้ไม่ถูกรังสี เครื่องกรองน้ำแบบนี้มักนิยมใช้ร่วมกับเครื่องกรองน้ำชนิดใช้ถ่าน
  8. แบบ KDF (Kinetic Degradation Fluxion) เป็นระบบที่จดลิขสิทธิ์ไว้โดยบริษัท KDF ในสหรัฐอเมริกา สามารถกรองคลอรีน เชื้อโรค และโลหะหนัก
  9. แบบ Activated Tricalcium Phosphate (ATP) หรือ Calcium Hydroxyapatite มีคุณสมบัติกำจัดฟลูออไรด์ได้แน่นอน รวมทั้งสิ่งเจือปนต่างๆ ไม่ใช้ไฟฟ้า มักใช้ร่วมกับเครื่องกรองน้ำที่ใช้ถ่าน
  10. แบบ Ion Exchange บางครั้งเรียกว่าเรซิน (Resin) เครื่องกรองน้ำแบบนี้ไม่ใช้ไฟฟ้า
  11. แบบ Iodine Resin ใช้ในการทำระบบน้ำดื่มฉุกเฉิน สามารถทำลายแบคทีเรียและไวรัส
ขอบคุณที่มา หนังสือ 'Water for Life น้ำดื่มในอุดมคติ' ผู้เขียน ศ.ดร.นพ.สมศักดิ์ วรคามิน 


วันพฤหัสบดีที่ 17 มีนาคม พ.ศ. 2559

วิธีการเลือกเครื่องกรองน้ำ


การเลือกใช้เครื่องกรองน้ำ มีวัตถุประสงค์เพื่อให้ได้น้ำที่สะอาดและปลอดภัย และวิธีการกรองก็เป็นอีกวิธีหนึ่งที่นิยมใช้กันทั่วไป ดังนั้นเราควรมีความรู้พื้นฐานในเรื่องประเภทของเครื่องกรองน้ำในครัวเรือนไว้บ้างก็จะดี ซึ่งจะช่วยทำให้เราสามารถตัดสินใจเลือกซื้อเครื่องกรองน้ำได้ตรงตามความต้องการสำหรับการใช้งาน 

          ก่อนอื่นคุณต้องทำความรู้จักกับสิ่งปนเปื้อนในน้ำกันก่อนว่ามีอะไรบ้าง ที่เครื่องกรองน้ำนั้นสามารถกรองได้ และอะไรที่กรองไม่ได้ ซึ่งในน้ำนั้นมีสารปนเปื้อนที่เป็นสาเหตุที่อาจทำให้เราเจ็บป่วยได้ หากเราดื่มน้ำที่มีสารปนเปื้อนถึง Micron = 0.001 มิลลิเมตร

สารกรองและไส้กรองชนิดต่างๆ ในเครื่องกรองน้ำ          สารกรองแมงกานีส กำจัดสารโลหะ โดยเฉพาะอย่างยิ่งสารละลายเหล็ก และยังเติมออกซิเจนให้กับน้ำ 
          สารกรองแอนทราไซต์ กำจัดตะกอนและสนิมเหล็ก 
          ไส้กรอง
               - สารกรองคาร์บอน ใช้กรองตะกอน กลิ่น สี คลอรีน และสารอินทรีย์ 
               - สารกรองเรซิ่น กรองหินปูน ลดความกระด้างในน้ำและดูบซับสี 
               - ไส้กรองเซรามิค กรองเชื้อโรคในน้ำได้เป็นอย่างดี เช่นเชื้อจุลินทรีย์ แบคทีเรียบางชนิด มีความละเอียดในการกรอง 30 ไมครอน 
               - ไส้กรองด้ายพัน กรองสารอินทรีย์ต่างๆ กรวด หิน ดิน ทราย มีความละเอียดในการกรอง 5 ไมครอน 
               - ไส้กรองจีบ กรองกรวด หิน ดิน ทราย และสนิม ทำความสะอาดง่าย มีความละเอียดในการกรอง 30 ไมครอน 
               - ไส้กรองเมมเบรน กรองสารละลายสารปนเปื้อน เชื้อไวรัส แบคทีเรีย และยังสามารถกรองน้ำเค็มให้จืดสนิท มีความละเอียดในการกรอง 0.0001 ไมครอน
อายุการใช้งานของไส้กรองและสารกรอง

          หลังจากที่ได้ใช้เครื่องกรองน้ำไปแล้ว สิ่งสำคัญที่ลืมไม่ได้เด็ดขาดคือ เรื่องระยะเวลาการเปลี่ยนสารกรองและไส้กรอง เพราะสารกรองและไส้กรองก็มีอายุการใช้งานเหมือนกัน แต่ทั้งนี้ทั้งนั้นก็ขึ้นอยู่กับสภาพของน้ำที่ผ่านเครื่องกรองด้วย ทางที่ดีเราควรเปลี่ยนสารกรองและไส้กรองให้ตรงตามกำหนดเวลา

          ลำดับชนิดของไส้กรอง ระยะเวลาที่ควรเปลี่ยน               1. ไส้กรอง 2 in 1 3 - 6 เดือน
               2. ไส้กรองจีบ 3 - 6 เดือน
               3. ไส้กรองด้ายพัน P5 3 - 6 เดือน
               4. ไส้กรองด้ายพัน 3 - 6 เดือน
               5. ไส้กรองคาร์บอน 1 ปี
               6. ไส้กรองเรซิ่น 1 ปี
               7. ไส้กรองเซรามิคส์ 1 - 1 ปีครึ่ง
               8. ไส้กรองเมมเบรน 1 - 1 ปีครึ่ง
               9. สารกรองคาร์บอน 1 ปี
               10. สารกรองแอนทราไซด์ 1 ปี
               11. สารกรองแมงกานิส 1 ปี
               12. สารกรองเรซิ่น 1 ปี
               13. โพสคาร์บอน 2 ปี

ชนิดของเครื่องกรองกับการเลือกใช้งาน

เครื่องกรองเล็ก          เหมาะสำหรับการกรองน้ำไว้สำหรับดื่มและใช้ในครอบครัวค่ะ ซึ่งเครื่องกรองเล็กนั้น มีขั้นตอนการกรอง 3 ขั้นตอน โดยหลักๆ ก็จะมีการกรองผ่าน คาร์บอน เรซิ่น และเซรามิคส์ ซึ่งถ้าคุณต้องการเพิ่มขั้นตอนการกรองระบบ UV เพื่อให้น้ำที่กรองมาแล้วปราศจากเชื้อโรคก็ได้นะคะ 

เครื่องกรองใหญ่ 
          เครื่องกรองใหญ่ส่วนมากแล้วผู้คนส่วนใหญ่นิยมใช้กรองน้ำใช้กันมากว่าค่ะ เนื่องจากบางบ้านที่อยู่กันเป็นครอบครัวใหญ่ หรืออาจเป็นร้านค้า ศูนย์อาหาร ภัตตาคารต่างๆ ที่ต้องการใช้น้ำสะอาดเป็นจำนวนมาก เหมาะสำหรับใช้กับน้ำประปาและน้ำบาดาล โดยเลือกใช้เครื่องกรองใหญ่จะคุ้มที่สุดค่ะ ซึ่งขั้นตอนการกรองของเครื่องกรองใหญ่ก็เหมือนกับเครื่องกรองเล็กค่ะ ทั้งนี้ก็ขึ้นอยู่ว่าคุณต้องการกรองน้ำกี่ขั้นตอนดี 

เครื่องกรอง RO 
          การทำงานของระบบ Reverse Osmosis เป็นการกรองอย่างละเอียดถึง 5 ขั้นตอนซึ่งประกอบด้วย Sediment Filter – Carbon Filter – Cation Resin – Membrane Filter – Post Carbon ที่ให้คุณภาพน้ำสะอาดบริสุทธิ์ถึง 99.999 % ด้วยความละเอียดของไส้เมมเบรนถึง 0.0001 ไมครอน สามารถติดตั้งใต้ซิ้งค์และง่ายต่อการใช้งาน

เครื่องกรอง UV 
          เครื่องกรองยูวีเป็นการกรองสำหรับการฆ่าเชื้อโรคที่ผ่านแสงอัลตร้าไวโอเล็ต หรือแสง UV ซึ่งการกรองแบบยูวีนั้น มีการพัฒนามาจากเครื่องกรองเล็กและเครื่องกรองระบบ RO โดยการเพิ่มตัวยูวีเข้าไปค่ะ 

          เมื่อเลือกใช้เครื่องกรองน้ำได้ตรงกับความต้องการ และบำรุงรักษาได้ถูกต้องตามคู่มือของเครื่องกรองน้ำแล้ว คุณก็จะสามารถนำน้ำที่ผ่านจากกระบวนการกรองนั้น ไปบริโภคได้ทันทีอย่างปลอดภัย โดยไม่ต้องผ่านกรรมวิธีอื่นอีกต่อไป

วิธีการเลือกซื้อเครื่องกรองน้ำ
          สภาพน้ำที่ใช้อยู่ เช่น น้ำประปา หรือน้ำบาดาล หากเป็นน้ำประปาทั่วไป ควรใช้แบบ RO. หรือ UF. เพราะออกแบบไส้กรองกรองต่าง ๆ มาสำหรับใช้กับน้ำประปาโดยตรง แต่หากเป็นน้ำบาดาล ควรปรึกษาผู้ชำนาญการเพื่อทำการวิเคราะห์สภาพน้ำว่ามีความเป็นกรด หรือด่างหรือไม่ หรือมีหินปูนมากน้อยแค่ไหน เพื่อจะได้เพิ่มสารกรอง หรือไส้กรอง จำพวกเรซิน ลงไป โดยเราก็จะได้เครื่องกรองน้ำที่ใช้กับสภาพน้ำนั้น ๆ ได้จริง 
          ราคา หากมีความต้องการเครื่องน้ำอย่างดีที่สุด ต้องเป็นแบบ RO. เพราะสะอาดที่สุดมั่นใจได้ 100% รองลงมาราคาย่อมเยาหน่อยก็เป็นแบบ UF นอกเหนือจากนี้ไม่อยากแนะนำเนื่องจากอาจจะได้คุณภาพน้ำที่ไม่คุ้มค่าเงินแล้วยังไม่จำเป็นหรือเกินความจำเป็น 
          คุณภาพของเครื่องที่ใช้ร่วมกับระบบการกรองต่าง ๆ เนื่องจากปัจจุบัน ได้มีการออกแบบเพิ่มเติมความสะดวกต่าง ๆ เช่น เป็นระบบน้ำร้อนหรือน้ำเย็น ต้องดูว่าถังน้ำร้อน หรือน้ำเย็น เป็นสเตนเลสหรือไม่ หรือมีการใช้ตะกั่วเป็นการเชื่อมรอยต่อหรือไม่ เพราะหากใช้สารตะกั่วหรือผสมตะกัวในถังน้ำร้อนหรือน้ำเย็น อาจทำให้เราได้รับสารตะกั่วเข้าร่างกายตลอดเวลา จะเป็นผลให้การพัฒนการทางสมองต่าง ๆ ช้าไปด้วย โดยเฉพาะกับเด็ก 
          การรับประกันต่าง ๆ โดยปกติระบบการกรองน้ำจะไม่มีการรับประกัน เนื่องจากขึ้นอยู่กับสภาพน้ำในแต่ละที่ 
          รูปทรงต่าง ๆ เพื่อให้เหมาะกับสภาพการใช้งานในบ้าน ซึ่งปัจจุบันมีการออกแบบใหม่ ๆ เพื่อให้สวยงาม และเข้ากับทุกพื้นที่ 
          การบริการหลังการขาย มีการบริการเปลี่ยนไส้กรอง หรือมีไส้กรองขายให้หลังจากซื้อเครื่องแล้วหรือไม่ หากต้องการความสะดวกสบายก็ใช้บริการกับบริษัทฯ ต่าง ๆ ที่จำหน่ายเครื่องกรองน้ำ ที่ให้บริการถึงที่บ้าน และมีการเช็คคุณภาพน้ำให้ทุกครั้งที่มีการเปลียนไส้กรอง หรือเข้าไปบริการ
ขอบคุณที่มา http://guru.sanook.com/5167/